การออกแบบห้องนอน
ห้องนอน ที่ดีควรอยู่ทางทิศตะวันออก และทางทิศ ใต้ เพื่อหลีกเลี่ยง การรับ แสงแดด ในตอนบ่ายของทิศตะวัน ตก และสามารถรับ ลมธรรมชาติได้ การจัดพื้นที่ใช้สอยแบ่ง ออกได้ 2 ส่วน คือส่วนแรก เพื่อการใช้งานส่วนตัว เช่น ผลัดเปลี่ยน เสื้อผ้า แต่งตัวทำงาน ส่วนเหล่านี้ ควรอยู่ใกล้กับทางเข้า หรือ ใกล้กับห้องน้ำ
ส่วนที่สอง สำหรับนอนหลับพักผ่อน ซึ่งการจัดวาง เตียงนอน ไม่ควรให้ หัวเตียง หรือปลายเตียงอยู่ใกล้หน่าต่าง มากเกินไป เพราะ ลมที่พัดโดน ศีรษะผู้นอนอาจรู้สึกไม่สบาย หรือถ้าติดแอร์ก็ไม่ควรวางปลายเตียง หันหน้าไปทาง เครื่องปรับอากาศ เพราะลมจะพัด เข้าจมูกเวลานอน อาจจะเป็นหวัดได้ ที่สำคัญควร คำนึงถึง ขนาด ของ เฟอร์นิเจอร์ ให้สัมพันธ์กับขนาด ของห้องด้วย ตามสัดส่วน ที่เหมาะสมด้วย
การจัดแสงมีบทบาทอย่างมาก ในการตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้องแบบไหนก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจ ว่าจะใช้แสงอย่างไร เราต้องคำนึงถึง บรรยากาศ ที่ต้องการนั้นก่อน ว่าต้องการบรรยากาศ ที่ต้องการนั้นก่อนว่า ต้องการบรรยากาศในห้องนอน แบบไหน ถ้าต้องการห้องนอน ที่เต็มไปด้วย บรรยากาศยามเช้า ที่กระปรี้กระเปร่า ก็ต้องเปิดหน้าต่าง ด้านที่แดดยามเช้า สามารถสาดส่อง เข้ามาได้ แล้วปิดไว้ด้วยม่าน 2 ชั้นที่เป็นทั้ง ม่านทึบ และโปร่งแสง สามารถเปิดออกได้เพื่อปล่อยให้แสงยามเช้า สาดเข้ามาได้ แต่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งภายใน ควรมีสีและ พื้นผิว ที่ทนทานต่อแสงแดด แต่ถ้าต้องการ บรรยากาศที่โรแมนติก เหมือนอยู่ในยาม ค่ำคืนตลอดเวลา ก็ต้องปิดกั้น ให้ แสงธรรมชาติ เข้ามาในห้องได้น้อยที่สุด
ตำแหน่ง (Location) : ห้องนอนเป็นห้องที่ต้องการความเงียบสงบ จึงควรอยู่ห่างจาก เสียงรบกวนไดๆ มีอากาศถ่ายเทดี ตั้งอยู่ในทิศทางลมจึงควร มีผนังที่สามารถเปิดรับและระรบายลมได้สองด้านควรได้รับแสงแดดตอนเช้าซึ่ง ทำให้กลางคืนไม่ร้อน ในกรณีที่ห้องนอนไม่รวมกับห้องแต่งตัวก็ควรอยู่ติดห้อง แต่งตัว และห้องน้ำ
ขนาด (Size) : การกำหนดขนาดห้องนอนขึ้นกับกิจกรรมของผู้ใช้ห้อง นั้นๆ บางคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องนอนอ่านหนังสือ แต่งตัว ดูทีวี ห้องนอน ต้องใหญ่และเป็นแบบกึ่งนั่งเล่น แต่บางคนทำงานดึกใช้เพื่อ การนอนอย่างเดียว ห้องนอนพอวางเตียง ตู้เสื้อผ้า และบริเวณแต่งตัวก็พอ หากแยกห้องแต่งตัวไว้ ต่างหาก ห้องนอนก็จะเล็กลงได้อีก ขนาดของห้องนอนโดยทั่วไปมีตั้งแต่ 3.0x3.0 เมตรถึง4.5x5.5 เมตร หรืออาจกว้างกว่านี้เป้นกรณีพิเศษใน บ้านหนึ่งหลังอาจแบ่งห้องนอนออกเป็น ห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นห้องนอนของเจ้า ของบ้าน มีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนอื่น ๆ ของบ้าน มีห้องน้ำในตัว ห้องทำงาน ส่วนตัว อาจมีส่วนที่ใช้สำหรับ การแต่งตัวแยกออกไปเรียกว่า walk-incloset ห้องนอนอื่น ๆ (Guest Bedroom) เป็นห้องที่มีขนาดเล็กกว่า ห้องนอนใหญ่ เช่นห้องนอนเด็กใช้สำหรับให้สมาชิกเล็ก ๆ ของครอบครัว ห้องนอนวัยรุ่นหรือ ห้องนอนที่ใช้รับรองแขก
การตกแต่งห้องนอน
เฟอร์นิเจอร์ (Furniture)
- เตียงนอนคู่ ขนาดใหญ่ (King Size) ขนาดประมาณ 1.8-2.0x2.0 เมตร ขนาดกลาง(Queen Size) ขนาดประมาณ 1.5-1.8x2.0 เมตร
- เตียงนอนเดี่ยว ขนาดประมาณ 0.9-1.1x2.0 เมตร
- เตียงสองชั้น สำหรับห้องนอนเด็กที่โตพอสมควรเว้นระยะความสูงของระดับ ที่นอนชั้นล่างถึงชั้นบนประมาณ 1.2 เมตร
- โต๊ะข้างเตียง ขนาด 0.3-0.4x0.45 เมตร
- ตู้เสื้อผ้า ขนาดยาว1.2-1.5 เมตรต่อการเก็บเสื้อผ้าของคนหนึ่งคน
- โต๊ะเครื่องแป้งชาย/หญิง ขนาดลึก 0.6/1.0 เมตรสูง1.0/0.75 เมตร ยาว ประมาณ0.45-0.6 เมตร
การจัดแต่ง (Decor)
ตู้เสื้อผ้าควรอยู่ใกล้ประตูเข้าออก ใกล้ห้องน้ำและชิดผนังด้านตะวันตก ช่วยป้องกันความร้อนจาก แสงอาทิตย์ยามบ่ายได้ส่วนหนึ่ง เตียงนอนไม่ควรอยู่ในตำแหน่ง ที่นอนมองประตูห้องน้ำ หรืออยู่หน้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นที่ใช้แต่งตัว และไม่ควรหัน ปลายเท้าไป ทางประตูทางเข้า อีกทั้งไม่ควรหันหัวเตียงไปไว้ใต้หน้าต่าง เนื่องจากแสงจะส่องเข้าตา เมื่ออยากนอนตื่นสาย และลมโกรกศีรษะ ทำให้ไม่สบายได้ การเลือกขนาดเตียงที่เหมาะสมกับ ขนาดห้อง ถ้าห้องขนาดเล็ก 2.5-3.0x3.0 เมตร ควรใช้เตียงขนาด 3.5 ฟุต ถ้าห้องขนาด4.0x4.0-4.5 เมตร ควรใช้เตียง 5ฟุต และถ้าเป็นห้องขนาด 5x4.5-5.0 เมตร ก็สามารถใช้เตียง 6 ฟุต ได้อย่าง สบายโทนสีที่ใช้ตกแต่งห้อง สามารถตกแต่งได้ตามใจชอบของเจ้าของบ้านการ ตกแต่งอาจ เน้นในส่วนที่เป็นหัวเตียงซึ่งนับว่า เป็นจุดเด่นของห้อง มีส่วนตู้โทรทัศน์ และอาจเพิ่มส่วนพื้นที่ทำงาน ในกรณีที่พื้นที่พอเพียงอาจมีโทนสีห้องนอน อื่นๆ อาจแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิงเนื่องจาก ความต่างวัย และเพศของผู้อยู่อาศัย ห้อง นอนเล็กส่วนใหญ่มักไม่มีพื้นที่แต่งตัว แต่จะใช้ตู้เสื้อผ้า design เข้าชุดกันกับ furniture อื่น ๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น